รายนามสมาชิก

ประวัติของรถ Cameo

 
 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

          CAMEO เป็นหนึ่งในกลุ่มรถ SUV ประเภท PPV (PASSENGER-UP VEHICLE) หรือรถที่ดัดแปลงจากรถปิกอัพ ซึ่งปัจจุบันเริ่มมีให้เห็นแทบทุกยี่ห้อ แต่จริงๆ แล้ว CAMEO เป็น SUV ของแท้ที่ออกแบบมาเฉพาะ ให้มีรูปทรงเป็น STATION WAGON ทำนองเดียวกับ LAND CRUISER และ MITSUBISHI PAJERO ซึ่งเป็นรถ SUV ที่ใช้โครงสร้างรถปิดอัพ แต่ออกแบบตัวถังให้ดูดี ใช้งานทะมัดทะแมง โดยเฉพาะฐานล้อจะสั้นลง ซึ่ง CAMEO ก็มีฐานล้อแค่ 2,760 มม. สั้นกว่า ISUZU PICK-UP ราว 25 เซนติเมตร และความยาวตัวถังสั้นกว่าร่วม 50 เซนติเมตร คือ ยาวเท่ารถขนาดกลางแค่ 4.5 เมตร เท่านั้น จึงทะมัดทะแมงกว่า ใช้คล่องจอดสะดวก ISUZU สร้าง CAMEO ขึ้นเพื่อตลาดอเมริกาและยุโรป ซึ่งจะใช้ชื่อ OPEL FRONTERA แต่บ้านเรานั้น ตรีเพชรอีซูซุ สั่งเข้ามาประกอบ เพราะทนความโตของตลาดรถปิกอัพดัดแปลง (PPV) ไม่ไหว จึงนำมาประกอบเอง ขายเอง เป็นรถคนละแบบกับที่ไทยรุ่งฯ นำไปประกอบ ฉะนั้นหุ่นของ CAMEO จึงลงตัวมาก ดูเป็นรถตรวจการณ์นั่งได้ 2+3 คนเท่านั้น เพราะมีที่นั่ง 2 แถว ส่วนด้านหลัง ถ้าอยากเพิ่มผู้โดยสารต้องใส่เบาะเอง จะทำเป็นหันหน้าเข้าหากัน 2+2 คน หรือ 1+1+1 คนก็ได้ ขนาดของ CAMEO จึงดูเป็นเก๋งตรวจการณ์มาก

          แม้ว่าจะใช้เทคนิคของรถปิกอัพก็ตาม ขนาดความกะทัดรัดนั้นยังรวมถึงการปรับปรุงระบบกันสะเทือนที่นุ่มขึ้นเกาะขึ้น และการใส่ล้อขนาด 205/75x14 ซึ่งเกาะขึ้นอีกด้วย เทคนิคต่างๆ นั้นใช้อะไหล่ของรุ่นกระบะได้หมด จึงเป็นความน่าใช้อันดับแรกที่ช่วยให้อุ่นใจว่าการดูแลรักษา ไม่ลำบากคงเหลือแต่ส่วนของตัวถังด้านท้ายที่เป็นชิ้นส่วนเฉพาะเท่านั้น CAMEO เป็นรถที่ใช้โครงสร้างแชสซีส์ของกระบะ แต่ลดความยาวลงทั้งฐานล้อและส่วนท้าย แชสซีส์นี้จะใช้ยึดตัวถังและห้องโดยสาร ซึ่งจะแยกส่วนระหว่างตัวถังกับช่วงล่างซึ่งเกาะกับโครงแชสซีส์ ช่วงล่างหน้าแบบปีกนก 2 ชั้น ยืดหยุ่นด้วยเหล็กปิดทอร์ชั่นบาร์แทนสปริง ซึ่งดีในด้านปรับระดับได้ อายุจึงยืนกว่าสปริงและยังดีต่อผู้ใช้ที่อยากยก ช่วงล่างสูงต่ำเพื่อเหมาะกับการใช้งานได้ไม่ยาก ทางด้านหลังใช้แหนบเป็นที่ยึดของเพลาขับแบบแข็ง ซึ่งทาง ISUZU ได้ลดแหนบลงเพื่อให้รถนุ่มขึ้นเพราะมีพื้นที่ไม่พอที่จะรับน้ำหนักมากกว่า 500 กิโลกรัม

          สำหรับพลังขับนั้นใช้เครื่องยนต์รุ่น 4JA1 (มังกรทอง เครื่องฝาทอง) ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ดีเซลเรียง 4 สูบ ความจุ 2500 ซี.ซี. ที่ให้กำลัง 90 แรงม้า เป็นเครื่องยนต์ระบบห้องเผาไหม้แบบ Di (Direct Injection) ซึ่งจะเผาไหม้ที่หัวลูกสูบจึงให้แรงระเบิดสูง และรุนแรงที่รอบต่ำแค่เพียง 2000 รอบ ซึ่งเป็นที่มาของอัตราทดเฟืองท้ายแค่ 4.100:1 เท่านั้น อันเป็นที่มาของอัตราสิ้นเปลืองต่ำกว่ารถคู่แข่งราว10-20 % เพราะขนาดของเฟืองท้ายเล็กกว่าจึงกินรอบเครื่องยนต์ต่ำกว่าในระดับความเร็วที่ใกล้เคียงกัน นี่คือจุดหนึ่งที่คนอยากใช้ CAMEO เพราะเซฟน้ำมัน และเทคนิคเครื่องยนต์ก็ทนทาน แม้ว่าเป็นเครื่องยนต์แบบ OHV ใช้กระเดื่องเปิดวาล์วผ่านระบบตะเกียบเดินจากเพลาราวลิ้นด้านข้างเสื้อสูบ ซึ่งหมุนด้วยเฟืองทดจากข้อเหวี่ยงโบราณแต่ทนทานสามารถใช้ทิ้งใช้ขว้างสบายๆ ข้อดีของเครื่องยนต์ตัวนี้ คือ ใช้กระบอกสูบเป็นปลอกสเตนเลส ทนทานเรียบ สามารถถอดเปลี่ยนได้ จึงเป็นเครื่องยนต์ที่มีแต่ลูกสูบ และแหวน STANDARD ยกเครื่องได้เรื่อยๆ ไม่รู้จักหมด เพราะไม่ต้องคว้านเสื้อสูบเพื่อขยายลูกสูบ

          ดังนั้น ท่านผู้ใช้รถยตน์ ISUZU CAMEO จึงมั่นใจได้ถึงความประหยัด ทนทาน และการดูแลรักษาที่ง่าย และท่านคงภูมิใจที่ได้เป็นเจ้าของ Cameo เช่นเดียวกับผม

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - ->
ข้อมูลเพิ่มเติม จากท่าน cameo 020 / cameoblue
          1. คามีโอรุ่นแรกขายปี1993มาด้วยไฟหน้าสี่เหลี่ยมผืนผ้า ไฟเลี้ยวมุมสีส้ม มือเปิดเป็นโครเมี่ยม ขอบไฟท้ายก็โครเมี่ยม กุญแจฝาท้ายจะอยู่ใกล้ๆที่เปิดฝาท้าย เบาะน่าจะเป็บPVC
          2. รุ่นที่2 1994 แตกต่างจากรุ่นแรกคือกุญแจฝาท้ายจะอยู่ห่างจากที่เปิดฝาท้ายและเบาะเป็นแบบผ้า
          3. รุ่นสุดท้าย 1995 เปลี่ยนไฟหน้า,หน้ากระจังสีตามตัวรถ,ไฟเลี้ยวเป็นสีขาว ที่เปิดประตู,ขอบไฟท้ายเป็นสีดำ หรือที่เรียกอีกชื่อคือรุ่นหน้าหนู นั่นเองครับ